งานของมูลนิธิ

ทศวรรษแห่งการลงมือทำเพื่อความปลอดภัยทางถนน (2553-2563)

UN Secretary General Ban Ki-moon supports the Decade of Action for Road Safety
นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ สนับสนุนทศวรรษแห่งการลงมือทำเพื่อความปลอดภัยทางถนน

 

ทุกๆ วันประชากรโลก 3,500 คนออกจากบ้านแต่ไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกเลย เพราะว่าพวกเขาถูกประหารอย่างปัจจุบันทันด่วนและรุนแรงจากอุบัติเหตุบนถนน

การตายจากอุบัติเหตุจราจรมีการทำนายไว้ว่าจะกลายเป็นสาเหตุหลักอันดับ 5 ของการตายในประชากรโลกภายในปี พ.ศ. 2573 หากไม่มีการลงมือทำอะไรกันในนาทีนี้ อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า ภายในปีพ.ศ. 2563 ชีวิตคนบนโลกกว่า 2.5 ล้านคนอาจจะปลอดภัย และจะไม่มีผู้ป่วยจำนวน 37.5 ล้านคนในโรงพยาบาล รวมทั้งจะไม่มีผู้บาดเจ็บอีก 175 ล้านคน หากอัตราการตายต่อจำนวนยานพาหนะในประเทศต่างๆลดลงได้ 30%

ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2553 คณะกรรมาธิการสหประชาชาติเห็นชอบแผนปฏิบัติการ ชื่อว่า “ทศวรรษแห่งการลงมือทำเพื่อความปลอดภัยทางถนน 2553-2563” แผนปฏิบัติการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก 90 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ เวียดนาม ประเทศไทย และกัมพูชา เป็นต้น เป้าหมายของทศวรรษแห่งการลงมือทำ คือ การหยุดนิ่งและการลดตัวเลขประมาณการของอัตราการตายจากอุบัติเหตุจราจรทั่วโลกภายในปี 2563

ในระหว่างแผนปฏิบัติการทศวรรษแห่งการลงมือทำเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย จะเป็นผู้นำในการทุ่มเทความพยายามในการลดการระบาดของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรผ่านโครงการ วัคซีนหมวกนิรภัยสากล

รายละเอียดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในทศวรรษแห่งการลงมือทำเพื่อความปลอดภัยทางถนน ดูได้ที่ ตรงนี้

 

11 พฤษภาคม 2553: การเปิดตัวทศวรรษแห่งการลงมือทำ

ทศวรรษแห่งการลงมือทำเพื่อความปลอดภัยทางถนน ดำเนินการเปิดตัวในวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 นับเป็นงานระดับโลก การเปิดตัวเกิดขึ้นพร้อมกันตามเวลาของประเทศนั้นๆ ภายใต้การสื่อสารเดียวกัน “นี่คือเวลาแห่งการลงมือทำ” งานนี้สร้างความตระหนักไปทั่วโลก แพร่หลายในสื่อหลากหลายครอบคลุม เพื่อรวบรวมหาผู้สนับสนุนโครงการความปลอดภัยบนถนนต่างๆ

สำหรับตารางกิจกรรมต่างๆ ทั่วโลก กรุณาเปิดดูได้ที่ ตรงนี้

 

กิจกรรมร่วมของมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย

เวียดนาม

ป้ายตามจุดจราจร

เพื่อเปิดตัวทศวรรษแห่งการลงมือทำ มูลนิธิฯ จัดทำป้ายวางชั่วคราวตามจุดจราจรต่างๆ รอบบริเวณโรงละครฮานอย ในเวลา 18.30 น. โดยมีข้อความว่า “หยุดสัก 1 นาทีเพื่อช่วย 98 ชีวิต” [1] รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและประธานมูลนิธิเป็นผู้เปิดป้าย ก่อนกิจกรรมเปิดป้าย มูลนิธิฯ ทำการรณรงค์สร้างความตระหนักต่อสาธารณชน โดยมีดาราและผู้มีชื่อเสียงมาเข้าร่วมงานเปิดตัวทศวรรษแห่งการลงมือทำ พร้อมกับนายกรัฐมนตรีให้เกียรติมากล่าวเปิด

การบริจาคหมวกนิรภัย

ในภาคเช้าของวันที่ 10 พฤษภาคม 2553 มูลนิธิฯ ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการเด่น “เดินทางปลอดภัยสวมหมวกนิรภัยมาโรงเรียน" ในเมืองฮานอย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลประเทศออสเตรเลีย โดยมีผู้สำเร็จราชการของประเทศออสเตรเลียมาร่วมเป็นสักขีพยาน มูลนิธิฯ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมากมาย ในกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน รวมทั้ง กิจกรรมการแสดงของนักเรียน กิจกรรมการให้ความรู้ในชั้นเรียน และกิจกรรมงานนิทรรศการประกวดภาพวาด “เด็กรักหมวกนิรภัย”

กิจกรรมชุมชน

มูลนิธิฯ จัดกิจกรรมกับชุมชน เพื่อร่วมเปิดตัวทศวรรษแห่งการลงมือทำเพื่อความปลอดภัยทางถนน ได้แก่:

  • รณรงค์เดินถนนทศวรรษแห่งการลงมือทำ - นักเรียนร่วมกับมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย ร่วมในโครงการ คนเดินเท้าปลอดภัย พากันเดินรณรงค์บนถนนโดยถือป้ายสีเหลืองชัดเจนระบุคำว่า “หยุด” เพื่อดึงดูดความสนใจจากผู้ให้การสนับสนุนทศวรรษแห่งการลงมือทำ
  • การสาธิตในสนามฝึกความปลอดภัย - เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ฝึกอบรมเด็กนักเรียนและคุณครูเกี่ยวกับทักษะการใช้ถนนที่ปลอดภัย โดยใช้สนามฝึกความปลอดภัยกว้าง 1,700 ตารางเมตรที่สร้างใหม่ในจังวัดดองไน ณ ปัจจุบันนักเรียนจาก 32 โรงเรียนได้ประโยชน์จากการเรียนรู้และกิจกรรมในสนามฝึกความปลอดภัย
  • นิทรรศการฟ้องด้วยภาพ - มูลนิธิฯ จัดนิทรรศการแสดงภาพที่ชนะการประกวด “งานฟ้องด้วยภาพ” จากโรงเรียนระดับประถมศึกษา 16 โรงเรียนในโฮจิมินห์ซิตี้ ระหว่างเดือน มีนาคม และพฤษภาคม 2553 การประกวด “ฟ้องด้วยภาพ” ได้รับความสนใจจากนักเรียนและทำให้เด็กตระหนักถึงสภาพการจราจรรอบตัวมากขึ้น ผ่านการถ่ายภาพและการเขียนบรรยายภาพประกวด รูปภาพเป็นสื่อบรรยายประสบการณ์ต่อสภาพแวดล้อมการจราจรของนักเรียน

กัมพูชา

ในวันที่ 11 พฤษภาคม รัฐบาลประกาศกลยุทธ์ของประเทศเกี่ยวกับ ทศวรรษแห่งการลงมือทำ เพื่อสนับสนุนการเปิดตัวทศวรรษแห่งการลงมือทำ มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย ทำการรณรงค์สร้างความตระหนักต่อสาธารณชนในการสวมหมวกนิรภัยโดยใช้โฆษณาทีวีและทำภาพยนตร์สารคดีซึ่งมีทูตแห่งความปลอดภัยทางถนนสากล มิเชล โหยวร่วมด้วย ในภาพยนตร์สารคดี มิเชล โหยวสนับสนุนการออกกฎหมายบังคับใช้หมวกนิรภัยของกัมพูชาให้ครอบคลุมไปถึงผู้โดยสารรถจักรยานยนต์และผู้ขับขี่ พร้อมกับการสัมภาษณ์เหยื่อจากอุบัติเหตุทางถนน เจ้าหน้าที่รัฐ ภาคีเครือข่ายความปลอดภัย แพทย์และบริษัทเอกชนที่ทำโครงการเพื่อสังคม เพื่อบรรยายให้เห็นภาพสถานการณ์ความปลอดภัยบนถนนของกัมพูชา


[1] จำนวนการตายจากอุบัติเหตุทางถนนและผู้บาดเจ็บเกิดทุกนาที


RSS feed Facebook